เลือกเก็บสเต็มเซลล์ได้ตามความต้องการของครอบครัว

  • June 15, 2023 4:25 AM EDT

    สเต็มเซลล์ ทางเลือกใหม่ของการรักษา

    ปัจจุบันทางการแพทย์พบแล้วว่าโรคสามารถเกิดขึ้นได้จากทั้งพันธุกรรมและปัจจัยภายนอก ทำให้หลายครอบครัวเลือกที่จะเก็บ “สเต็มเซลล์” เพื่อเป็นทางเลือกการรักษาได้ในอนาคต โดยสเต็มเซลล์สามารถเก็บได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการเก็บสเต็มเซลล์จากรก สายสะดือ และไขมัน ซึ่งการเก็บ Stem Cell ทารกคุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกเก็บได้ตั้งแต่ลูกของคุณเกิด ทำให้ครอบครัวสามารถมั่นใจได้ว่าจะมีทางเลือกในการรักษาที่มากยิ่งขึ้น

     

    โดยสเต็มเซลล์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

     

    1. สเต็มเซลล์ต้นกำเนิด Embryonic stem cells

    ชนิดแรกเป็นสเต็มเซลล์ต้นกำเนิด คือ เซลล์ที่สามารถเก็บ Stem Cell ทารกได้ในช่วงแรกเกิดซึ่งเป็นเซลล์ที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคสูงสุด โดยสามารถแบ่งตัวและสามารถเปลี่ยนเซลล์ไปเป็นเซลล์ใดก็ได้ในร่างกาย นอกจากนี้เป็นการ

     

    1. สเต็มเซลล์ที่พบได้ทั่วไปจากอวัยวะ Somatic Stem Cells

    ชนิดที่สองเป็นสเต็มเซลล์ที่พบได้ทั่วไปจากอวัยวะ โดยเป็นสเต็มเซลล์ที่สามารถเก็บได้จากเนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์ที่เจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ที่มีลักษณะเดียวกันกับเนื้อเยื่อที่เก็บมาเท่านั้น

     

    สเต็มเซลล์กับเทคโนโลยีทางการแพทย์

    สเต็มเซลล์สามารถพบได้ทุกที่ภายในร่างกาย แต่สเต็มเซลล์ที่ดีที่สุด คือ สเต็มเซลล์จากรก เนื่องจากเป็นสเต็มเซลล์ที่ยังไม่ได้ผ่านการใช้งานและเป็นสเต็มเซลล์ที่ไม่มีอายุ โดยสเต็มเซลล์จากรกนี้สามารถเปลี่ยนไปเป็นเซลล์ต่าง ๆ ได้มากมาย เช่น เซลล์กระดูก กระดูกอ่อน และไขมัน ซึ่งการที่สเต็มเซลล์สามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นได้หลากหลายเซลล์ ทำให้แพทย์หลายคนนำสเต็มเซลล์ไปวิจัยเพื่อศึกษาการรักษาโรคทางระบบประสาท ไม่ว่าจะเป็น

    • โรคอัมพาต

    • โรคพาร์กินสัน

    • โรคอัลไซเมอร์

    • โรคที่เกี่ยวข้องกับคอและไขสันหลัง

     

    โรคที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบประสาทเป็นโรคที่หาทางรักษาได้ยากที่สุด เนื่องจากระบบประสาทของมนุษย์ไม่เหมือนกับอวัยวะส่วนอื่นของร่างกาย โดยอวัยวะส่วนอื่นหากได้รับการดูแลที่ดีทานยาตามที่แพทย์กำหนดไว้ก็อาจจะทำให้อาการดีขึ้นตามลำดับ แต่สมองเป็นสิ่งที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้สมองเสื่อมแล้วเสื่อมเลย 



    วันนี้จึงขอแนะนำการบริหารสมองด้วยวิธีการต่าง ๆ ให้ทุกคนได้ทราบกัน เพื่อป้องกันโรคที่อาจจะเกิดได้จากปัจจัยแวดล้อมหรือปัจจัยทางพันธุกรรม

    การบริหารสมองเป็นการพัฒนาและส่งเสริมให้สมองทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยคุณสามารถเลือกการบริหารสมองได้หลายวิธี เช่น

    1. การออกกำลังกาย

    การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สุขภาพร่างกายและสมองมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ลดปัจจัยการเกิดโรคร้ายต่าง ๆ โดยสามารถช่วยเรื่องการนอนหลับได้อีกด้วย ซึ่งการเริ่มต้นออกกำลังกายทุกคนสามารถออกกำลังกายง่าย ๆ ได้ที่บ้าน หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวก็สามารถปรึกษาแพทย์ประจำตัว เพื่อการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวเอง

     

    1. การดูแลสุขภาพ

    ในข้อนี้ก็เชื่อมโยงกับการออกกำลังกาย เนื่องจากการดูแลสุขภาพนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น

    • การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ 

    • การออกกำลังกาย 

    • การนอนหลับให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย 

    • การจัดการกับความเครียด 

    • การตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำ

    หากสามารถปฏิบัติตามสิ่งที่กล่าวมาได้ทั้งหมดคุณก็อาจจะสามารถเบาใจไปได้ว่าร่างกายของคุณจะห่างไกลจากโรคร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้หากคุณไม่ดูแลตนเอง

     

    1. การฝึกความจำ

    การฝึกความจำเป็นการฝึกสมองในส่วนของฮิปโปแคมปัส ซึ่งจะช่วยในเรื่องของความจำ การเรียนรู้ และการรับรู้ต่าง ๆ ของร่างกาย โดยการฝึกเรื่องความจำเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับมนุษย์ทุกคน จากที่กล่าวไปข้างต้นหากสมองของมนุษย์ได้เสื่อมหรือฟ่อลงไปแล้วจะไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ ทำให้การป้องกันสมองเสื่อมเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ เช่น

    • การจำหมายเลขโทรศัพท์

    • การจำชื่อคนที่รู้จัก

    • การเล่นเกมฝึกความจำ

    • การเล่าเรื่องในอดีต

     

    เท่านี้ก็เป็นการบริหารสมองและฝึกความจำได้อย่างแน่นอน

           สเต็มเซลล์เป็นตัวช่วยในทางการแพทย์ เพื่อการรักษาโรคที่ไม่มีทางรักษาได้ โดยการเก็บสเต็มเซลล์จากรกเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณมีโอกาสในการรักษาโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากปัจจัยแวดล้อมหรือปัจจัยพันธุกรรม ซึ่งการเก็บ Stem Cell ทารกเป็นสิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองทุกท่านสามารถเลือกเก็บได้ตั้งแต่ลูกของคุณพึ่งเกิด